ปัญหาโลกแตกอย่างหนึ่งของคนทำเว็บคือการเลือก “ธีม” นี่แหละ โดยเฉพาะ ธีมเว็บใน wordpress ที่มีให้เลือกเป็นพันเป็นหมื่นตัว บางตัวหน้าตาสวยหรู แต่พอใช้จริงกลับช้าจนน่าหงุดหงิด บางตัวก็เร็วจัด แต่กลับปรับแต่งอะไรแทบไม่ได้เลย ความรู้สึกที่ต้องเลือกธีมที่ใช่ มันคล้ายกับการเลือกบ้านหลังแรกที่ต้องอยู่กับเราไปอีกนาน การตัดสินใจผิดครั้งเดียวอาจหมายถึงการต้องเสียเวลารื้อทำใหม่ทั้งหมดในอนาคต

1. Astra
Astra คือ ธีมเว็บใน wordpress ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในด้านประสิทธิภาพความเร็วสูงและมีขนาดไฟล์ที่เล็กมาก ถูกออกแบบมาให้เป็น “ผืนผ้าใบ” ที่สมบูรณ์แบบสำหรับ Page Builder ยอดนิยม
ข้อดีของ Astra
- ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม ธีม Astra มีขนาดไฟล์ตั้งต้นที่เล็กกว่า 50KB และไม่ใช้ jQuery เป็นค่าเริ่มต้น ทำให้ค่า Core Web Vitals และคะแนน PageSpeed อยู่ในเกณฑ์ดีมากโดยไม่ต้องปรับแต่งเยอะ
- คลังเทมเพลตขนาดใหญ่ (Starter Templates) มีเทมเพลตสำเร็จรูปให้เลือกใช้งานหลายร้อยแบบ ซึ่งรองรับ Page Builder หลักเกือบทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น Elementor, Beaver Builder หรือ Spectra (Gutenberg)
- การตั้งค่า WooCommerce ที่ละเอียด มีตัวเลือกใน Customizer สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ค่อนข้างครบถ้วน เช่น การปรับแต่งหน้า Shop, หน้าสินค้าเดี่ยว หรือการตั้งค่า Off-Canvas Sidebar
- Header & Footer Builder ในเวอร์ชันล่าสุดได้เพิ่มเครื่องมือสร้าง Header และ Footer แบบลากวางมาให้ ทำให้การปรับแต่งส่วนหัวและท้ายเว็บยืดหยุ่นกว่าเดิมมาก
ข้อเสียของ Astra
- เวอร์ชันฟรีค่อนข้างจำกัด แม้จะใช้งานได้ดีสำหรับการสร้างเว็บทั่วไป แต่ฟังก์ชันที่ทรงพลังจริง ๆ เช่น Custom Layouts (ระบบ Hooks), White Label หรือการปรับแต่ง WooCommerce ขั้นสูง จะถูกจำกัดไว้ในเวอร์ชัน Pro เท่านั้น
- ต้องพึ่งพา Page Builder ธีมถูกออกแบบมาให้ “เบา” นั่นหมายความว่าการออกแบบดีไซน์ที่ซับซ้อนจำเป็นต้องอาศัย Page Builder ช่วย ซึ่งอาจเพิ่มความหนักให้เว็บไซต์อยู่ดี
ฟีเจอร์เด่นที่ควรรู้
- Custom Layouts (Pro) นี่คือระบบ Hooks ที่ทรงพลังที่สุดของ Astra ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแทรกเนื้อหา, โค้ด, หรือเลย์เอาต์ที่สร้างด้วย Page Builder ลงในตำแหน่งใดก็ได้ของเว็บไซต์ เช่น แทรกแบนเนอร์โฆษณาใต้ Header เฉพาะในหน้าบทความ หรือสร้าง Footer แบบมีเงื่อนไขตามหมวดหมู่
- White Label (Pro) ฟีเจอร์สำคัญสำหรับเอเจนซี่ที่ต้องการลบแบรนด์ของ Astra ออกทั้งหมด และแทนที่ด้วยโลโก้และชื่อของบริษัทตัวเองเวลาส่งงานให้ลูกค้า ทำให้งานดูมีความเป็นมืออาชีพ
- Spectra Integration เนื่องจากเป็นปลั๊กอิน Gutenberg Blocks จากค่ายเดียวกัน (Brainstorm Force) ทำให้การผสานการทำงานระหว่าง Astra และ Spectra เป็นไปอย่างราบรื่นมาก
2. OceanWP
OceanWP เป็นธีมที่อยู่มานานและมีจุดแข็งที่ความยืดหยุ่นสูง ให้ฟีเจอร์หลายอย่างมาในตัวโดยไม่ต้องลงปลั๊กอินเสริม โดยเฉพาะฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับ WooCommerce ที่ให้มาอย่างครบครัน
ข้อดีของ OceanWP
- ฟีเจอร์ฟรีที่หลากหลาย ให้ Extensions ฟรีหลายตัวที่ปกติ ธีม WordPress อื่นต้องจ่ายเงิน เช่น Modals (สำหรับสร้าง Pop-up), Cookie Notice (แถบแจ้งเตือนคุกกี้), และ Ocean Posts Slider
- การตั้งค่า WooCommerce ที่ลึกมาก มีฟังก์ชันอย่าง Native Quick View (ปุ่มดูสินค้าด่วน) หรือ Floating Add-to-Cart Bar (แถบปุ่มซื้อลอยตามหน้าจอ) มาให้ในตัว ซึ่งช่วยเพิ่ม Conversion Rate ได้
- ปรับแต่งได้ละเอียดทุกส่วน หน้า Customizer มีตัวเลือกให้ปรับแต่งแทบทุกส่วนของเว็บไซต์ ตั้งแต่ Typography, สีสัน, จนถึงเลย์เอาต์ของบล็อก
ข้อเสียของ OceanWP
- ประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับธีมยุคใหม่ตัวอื่นอย่าง Astra หรือ Kadence ธีม OceanWP อาจจะ “หนัก” กว่าเล็กน้อยหากเปิดใช้งานทุกฟีเจอร์ เนื่องจากสคริปต์และตัวเลือกที่โหลดเข้ามา
- ความซับซ้อนของตัวเลือก ตัวเลือกที่เยอะมากใน Customizer อาจทำให้ผู้เริ่มต้นรู้สึกสับสนและใช้เวลาเรียนรู้นานกว่า
- โมเดล Extensions การที่ฟีเจอร์แยกเป็น Extensions หลายตัว (แม้จะฟรี) อาจทำให้การจัดการค่อนข้างยุ่งยากกว่าการรวมไว้ในที่เดียว
ฟีเจอร์เด่นที่ควรรู้
- Individual Page Settings ในทุกหน้าและทุกโพสต์ จะมีกล่อง “OceanWP Settings” อยู่ด้านล่าง Editor ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งเลย์เอาต์เฉพาะหน้านั้น ๆ ได้ เช่น สั่งปิด Header, เปลี่ยน Sidebar, หรือทำพื้นหลัง Header โปร่งใสเฉพาะหน้านี้ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ยืดหยุ่นมาก
3. GeneratePress
GeneratePress คือ ธีมเว็บใน wordpress ที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุดอย่างแท้จริง มีขนาดเล็กที่สุดในตลาด (น้อยกว่า 10KB) และถูกสร้างขึ้นโดยเน้นการทำงานร่วมกับ Block Editor (Gutenberg) เป็นหลัก
ข้อดีของ GeneratePress
- เร็วและเบาที่สุด ด้วยขนาดไฟล์ติดตั้งที่เล็กอย่างไม่น่าเชื่อและไม่พึ่งพา jQuery ทำให้ GeneratePress ทำคะแนน PageSpeed ได้สูงมากโดยแทบไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลย
- ระบบโมดูล (Pro) ในเวอร์ชัน Premium ผู้ใช้สามารถเลือกเปิด-ปิดโมดูลที่ไม่ต้องการใช้งานได้ตามใจชอบ ทำให้ธีมยังคงความเบาเท่าที่จำเป็น ไม่มีการโหลดโค้ดที่ไม่ได้ใช้
- เน้น Accessibility ถูกพัฒนาโดยให้ความสำคัญกับการเข้าถึงเว็บไซต์สำหรับผู้พิการ (WCAG 2.0) อย่างจริงจัง
- Community ที่แข็งแกร่ง มีฟอรัมช่วยเหลือและเอกสารประกอบที่ดีมาก ตอบคำถามรวดเร็วและเป็นประโยชน์
ข้อเสียของ GeneratePress
- เวอร์ชันฟรีพื้นฐานมาก เวอร์ชันฟรีมีไว้เพื่อความเร็วเท่านั้น แทบไม่มีตัวเลือกการออกแบบใด ๆ มาให้เลย มันคือ “ผืนผ้าใบ” ที่ว่างเปล่าจริง ๆ
- ต้องใช้ Pro เพื่อปลดล็อกพลัง หากต้องการทำอะไรมากกว่าบล็อกธรรมดา (เช่น เปลี่ยน Header, ใช้ Hooks, เปลี่ยนสี) จำเป็นต้องซื้อเวอร์ชัน Premium เท่านั้น
- ต้องใช้คู่กับ GenerateBlocks เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ธีมนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้คู่กับปลั๊กอิน GenerateBlocks (จากค่ายเดียวกัน) ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเรียนรู้เพิ่ม
ฟีเจอร์เด่นที่ควรรู้
- Elements (Pro) นี่คือหัวใจที่แท้จริงของ GeneratePress Premium มันคือระบบ Theme Builder อัจฉริยะที่ให้ผู้ใช้สร้าง 4 อย่างคือ Hook (แทรกโค้ด/เนื้อหา), Layout (เปลี่ยนเลย์เอาต์หน้า), Header (สร้าง Header ที่แตกต่างกัน), และ Block (สร้างเทมเพลตเนื้อหา) โดยสามารถตั้งเงื่อนไขการแสดงผลได้ละเอียดมาก เช่น “แสดง Header นี้ เฉพาะผู้ใช้ที่ล็อกอิน และอยู่ในหมวดหมู่ X” นี่คือเครื่องมือที่ทำให้ GeneratePress เป็น ธีม WordPress ที่ยืดหยุ่นสูงมาก
4. Kadence
Kadence เป็นธีมยุคใหม่ที่สร้างสมดุลระหว่าง “ฟีเจอร์ที่ครบครัน” และ “ประสิทธิภาพความเร็ว” ได้อย่างน่าทึ่ง โดดเด่นอย่างมากเรื่อง Header & Footer Builder ที่ดีที่สุดในกลุ่มธีมฟรี
ข้อดีของ Kadence
- Header & Footer Builder (ฟรี) ให้เครื่องมือสร้าง Header/Footer แบบลากวางที่ทรงพลังและใช้งานง่ายมากแม้ในเวอร์ชันฟรี ซึ่งดีกว่า ธีม WordPress คู่แข่งหลายตัวที่ต้องจ่ายเงิน
- Global Color Palette & Typography ระบบการจัดการสีและฟอนต์ส่วนกลางที่ชาญฉลาด เมื่อผู้ใช้เปลี่ยนสีหลักใน Customizer องค์ประกอบทุกส่วนในเว็บที่เชื่อมโยงไว้ (รวมถึง Block ของ Kadence) จะเปลี่ยนตามทันที ช่วยประหยัดเวลาในการ ปรับแต่ง WordPress อย่างมาก
- ประสิทธิภาพดี ธีมถูกเขียนโค้ดมาอย่างดี ทำให้ยังคงความเร็วไว้ได้แม้จะมีฟีเจอร์เยอะ
- ทำงานร่วมกับ Kadence Blocks ได้ดี เมื่อใช้คู่กัน จะปลดล็อกการควบคุมดีไซน์ได้สมบูรณ์แบบ
ข้อเสียของ Kadence
- ฟีเจอร์ขั้นสูงอยู่ใน Pro ฟังก์ชันสำคัญอย่าง Hooked Elements (ระบบ Hooks), Conditional Display (การตั้งเงื่อนไขแสดงผล) หรือ Mega Menu ยังคงอยู่ในเวอร์ชัน Pro
- คลังเทมเพลต แม้จะมี Starter Templates ที่สวยงาม แต่จำนวนอาจจะยังไม่เยอะเท่าคู่แข่งอย่าง Astra
ฟีเจอร์เด่นที่ควรรู้
- Hooked Elements (Pro) คือระบบ Hooks ของ Kadence ที่ให้ผู้ใช้แทรกเนื้อหาหรือ Block Editor ลงในตำแหน่งต่าง ๆ ของเว็บ พร้อมเงื่อนไขการแสดงผล (Conditional Display) ที่ละเอียดมาก เช่น แสดงผลแบนเนอร์นี้เฉพาะผู้ใช้ที่ล็อกอิน หรือแสดงผล Pop-up เฉพาะช่วงวันที่ 1-10 ของเดือน
- WooCommerce Addon (Pro) เพิ่มฟีเจอร์ระดับโปรสำหรับร้านค้าออนไลน์ เช่น ฟิลเตอร์สินค้าแบบ AJAX (ไม่ต้องโหลดหน้าใหม่), Custom Shop Page Builder หรือ Gallery แบบใหม่สำหรับหน้าสินค้า
5. Divi
Divi ไม่ได้เป็นแค่ ธีมเว็บใน wordpress ธรรมดา แต่มันคือ “แพลตฟอร์ม” ที่รวม Visual Builder (ตัวสร้างหน้าเว็บ) เข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกับธีมอย่างสมบูรณ์
ข้อดีของ Divi
- All-in-One จ่ายครั้งเดียว ได้ทั้งธีมและ Page Builder ที่ทรงพลังในตัว ไม่ต้องซื้อแยกหรือกังวลเรื่องความเข้ากันได้
- True Visual Builder ผู้ใช้สามารถออกแบบหน้าเว็บจาก Front-end (หน้าบ้าน) ได้เลย คลิกตรงไหนแก้ตรงนั้น เห็นการเปลี่ยนแปลงจริงแบบเรียลไทม์
- Theme Builder Divi สามารถใช้ Builder ของตัวเองเพื่อสร้าง Header, Footer, และ Template ของโพสต์หรือหน้าเพจได้ทั้งหมด ทำให้ควบคุมดีไซน์ได้ 100%
- A/B Testing (Divi Leads) มีระบบทดสอบ A/B ในตัว ให้ผู้ใช้สามารถทดสอบว่าดีไซน์แบบไหนมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน
ข้อเสียของ Divi
- Theme Lock-in นี่คือข้อเสียที่ใหญ่ที่สุด เนื้อหาที่สร้างด้วย Divi Builder จะถูกฝังไว้ด้วย Shortcode จำนวนมหาศาล หากวันใดต้องการย้ายไปใช้ ธีมเว็บใน wordpress ตัวอื่น เนื้อหาเหล่านั้นจะกลายเป็นโค้ดที่อ่านไม่ออก
- ความเร็วและขนาดไฟล์ ด้วยความที่เป็นเครื่องมือที่ทำได้ทุกอย่าง มันจึงมีขนาดไฟล์ที่ใหญ่กว่าและอาจจะช้ากว่าธีมที่เน้นความเบาตัวอื่น ๆ
- Learning Curve ต้องใช้เวลาเรียนรู้การใช้งานตัว Builder เฉพาะของ Divi ซึ่งแตกต่างจาก Page Builder มาตรฐานอย่าง Elementor หรือ Block Editor
ฟีเจอร์เด่นที่ควรรู้
- Divi Leads ระบบ A/B Testing ที่ติดตั้งมาในตัว Builder เลย ช่วยให้นักการตลาดสามารถทดสอบประสิทธิภาพของปุ่ม, พาดหัว, สี หรือเลย์เอาต์ ได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือภายนอก
- Global Elements สามารถบันทึกโมดูลที่ออกแบบไว้เป็น Global Element เมื่อแก้ไขที่จุดหนึ่ง ทุกหน้าที่ใช้โมดูลนี้จะอัปเดตตามอัตโนมัติ สะดวกมากสำหรับการจัดการส่วนที่ใช้ซ้ำ ๆ
6. Blocksy
Blocksy เป็น ธีม WordPress ม้ามืดที่กำลังมาแรงมาก ถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ (เช่น React ใน Customizer) ทำให้หน้าจอปรับแต่งลื่นไหล และให้ฟีเจอร์ที่ครบครันมากแม้ในเวอร์ชันฟรี
ข้อดีของ Blocksy
- Customizer ที่รวดเร็ว การใช้ React ในหน้า Customizer ทำให้การปรับแต่งแทบไม่มีการหน่วง ตอบสนองเร็วมาก
- Header & Footer Builder (ฟรี) ให้เครื่องมือสร้าง Header/Footer ที่ละเอียดมาก และมี Widgets ให้เลือกใช้เยอะกว่าคู่แข่งหลายตัวในเวอร์ชันฟรี
- ฟีเจอร์ WooCommerce ที่ดี (ฟรี) ให้ตัวเลือกการ ปรับแต่ง WordPress สำหรับร้านค้ามาค่อนข้างดี เช่น Gallery Slider ในหน้าสินค้า หรือปุ่ม Quick View
- ดีไซน์ที่ทันสมัย ตัวเลือกดีไซน์และเทมเพลตเริ่มต้นให้ความรู้สึกที่ทันสมัยและสะอาดตา
ข้อเสียของ Blocksy
- ฟีเจอร์ขั้นสูงอยู่ใน Pro เช่นเดียวกับธีมอื่น ฟีเจอร์อย่าง Content Blocks (Hooks), Mega Menu, หรือ White Label ถูกเก็บไว้ในเวอร์ชัน Pro
- Community ที่ยังใหม่กว่า เมื่อเทียบกับธีมยักษ์ใหญ่อย่าง Astra หรือ GeneratePress ชุมชนผู้ใช้งานยังเล็กกว่า ทำให้การค้นหาข้อมูลหรือ tutorials อาจจะน้อยกว่าเล็กน้อย
ฟีเจอร์เด่นที่ควรรู้
- Content Blocks (Pro) คือระบบ Hooks ของ Blocksy ที่ให้ผู้ใช้สร้างเนื้อหาด้วย Block Editor แล้วนำไปแทรกในตำแหน่งต่าง ๆ ของเว็บ พร้อมตั้งเงื่อนไขการแสดงผลได้ละเอียด
- Advanced Menu (Pro) ระบบสร้าง Mega Menu ที่ซับซ้อนได้โดยตรงจากธีม โดยไม่ต้องพึ่งปลั๊กอินภายนอก ทำให้เมนูของเว็บมีความน่าสนใจมากขึ้น
- White Label (Pro) ระบบ White Label ของ Blocksy ค่อนข้างละเอียด สามารถซ่อนเมนู หรือเปลี่ยนชื่อแบรนด์ของธีมและปลั๊กอินในเครือ (เช่น Blocksy Companion) ได้ทั้งหมด
สุดท้ายแล้ว ไม่มีคำว่า “ธีมที่ดีที่สุด” มีแต่ “ธีมที่เหมาะที่สุด” สำหรับโปรเจกต์นั้น ๆ ธีมที่นักการตลาดชื่นชม อาจจะไม่ตอบโจทย์เว็บนักพัฒนา ธีมที่เพื่อนว่าดี ก็อาจจะไม่เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ของเรา การเลือก
หวังว่าข้อมูลในบทความนี้ จะช่วยให้คุณได้เจอกับธีมที่ “ใช่” และ “เข้ามือ” ที่สุดสำหรับโปรเจกต์ของคุณ



