คนทำ SEO หรือเจ้าของธุรกิจออนไลน์หลายคนน่าจะเคยเจอปัญหาเดียวกัน นั่นคือ จะหาคีย์เวิร์ดดีๆ มาจากไหน คำไหนที่คนค้นหาจริงๆ คำไหนที่คู่แข่งไม่เยอะ การนั่งเดาสุ่มคงไม่เวิร์กในยุคที่การแข่งขันสูงขนาดนี้ มันต้องใช้เครื่องมือช่วย และ Ubersuggest ก็คือหนึ่งในเครื่องมือที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังคิดว่า อยากได้ Keyword ที่โดนใจ ใช้ Ubersuggest
เราไปพร้อมกันเกี่ยวกับทุกฟีเจอร์สำคัญ ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงเทคนิคที่หลายคนมองข้าม เพื่อให้คุณทำ Keyword Research ได้คมกว่าเดิมและเจอคำที่ใช่จริงๆ

วัดพลังคีย์เวิร์ด สแกนด่านแรกด้วย Keyword Overview
จุดเริ่มต้นของคนทำ Keyword Research ทุกคน คือการมีคำอยู่ในหัว แต่คำนั้นจะเวิร์กหรือวืด นี่คือสิ่งที่ต้องรู้ก่อน Ubersuggest ช่วยเราสแกนด่านแรกนี้ด้วยฟีเจอร์ Keyword Overview
แค่โยนคำที่เราคิดไว้ลงไป สิ่งที่เราต้องส่องแบบเน้นๆ มีดังนี้
- Search Volume (ปริมาณการค้นหา) นี่คือตัวเลขว่ามีคนค้นหาคำนี้ต่อเดือนเยอะแค่ไหน ถ้าเลขเป็น 0 ก็อาจจะเหนื่อยฟรี แต่ถ้าเยอะไปก็อาจจะสู้ไม่ไหว
- SEO Difficulty (SD) นี่คือหัวใจ! มันคือค่าพลังการแข่งขัน ถ้าคะแนนสูงปรี๊ด (หลัก 70-100) แถมเป็นสีแดงแจ๋ แปลว่านี่คือด่านหิน มีแต่เว็บยักษ์ใหญ่ครองพื้นที่ มือใหม่เห็นแล้วควรเลี้ยวไปหาคำอื่นก่อน
- Paid Difficulty (PD) อันนี้สำหรับสายยิงแอด (Google Ads) บอกว่าการประมูลคีย์นี้ดุเดือดแค่ไหน ยิ่งสูงยิ่งแพง
- Cost Per Click (CPC) ราคาโดยประมาณถ้าเราจะซื้อโฆษณาคำนี้
ข้อมูลเฉพาะทางที่หลายคนมองข้ามคือ กราฟเทรนด์ (Volume Trend) ที่อยู่ด้านล่าง กราฟนี้บอกเราว่าคีย์เวิร์ดนี้เป็นแฟชั่น (มาแล้วก็ไป) หรือของจริง (คนหาเรื่อยๆ) ถ้ากราฟพุ่งสูงปรี๊ดแล้วตกเหว แปลว่ามันอาจจะเป็นกระแสแค่ชั่วคราว แต่ถ้ากราฟนิ่งๆ หรือค่อยๆ ไต่ขึ้น นี่คือคีย์เวิร์ดที่น่าคบหาในระยะยาว
ขุมทรัพย์ไอเดีย หาคีย์เวิร์ดใหม่ๆ จาก Keyword Ideas
นี่คือฟีเจอร์หลักสำหรับคนที่กำลังคิดว่า อยากได้ Keyword ที่โดนใจ ใช้ Ubersuggest เพราะมันคือเครื่องมือแตกหน่อไอเดียชั้นยอด เมื่อเราได้คำหลัก (Seed Keyword) ที่พอใจแล้ว ให้คลิกเข้ามาในนี้ Ubersuggest จะแตกคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องออกมาให้เราอีกเป็นร้อยเป็นพันคำ โดยแบ่งเป็นหมวดที่โคตรมีประโยชน์
- Suggestions คำแนะนำที่คล้ายๆ กัน หรือต่อยอดจากคำหลัก
- Related คำที่อยู่ในจักรวาลเดียวกัน เช่น ถ้าเราหา “กาแฟ” หมวดนี้อาจจะโชว์ “เมล็ดกาแฟ” “เครื่องชงกาแฟ” ซึ่งช่วยให้เราขยายขอบเขตการทำคอนเทนต์ได้
- Questions นี่คือทองคำ! มันคือคำถามที่คนพิมพ์หาจริงๆ เช่น “วิธี…” “ทำไม…” “ที่ไหน…” การเอาคีย์เวิร์ดเหล่านี้ไปทำคอนเทนต์ คือการตอบคำถามผู้ใช้โดยตรง และมีโอกาสสูงมากที่จะถูก Google ดึงไปโชว์ในช่อง People Also Ask
- Prepositions คีย์เวิร์ดที่มีคำบุพบทต่อท้าย เช่น “คีย์เวิร์ด สำหรับ มือใหม่”
- Comparisons คำค้นหาเชิงเปรียบเทียบ “X vs Y” เช่น “Ubersuggest vs Ahrefs” นี่คือคีย์เวิร์ดของคนที่มีแนวโน้มจะซื้อสูงมาก เหมาะกับการทำรีวิวหรือบทความเปรียบเทียบ
การใช้ฟีเจอร์นี้ให้เป็น จะทำให้เรามีวัตถุดิบทำคอนเทนต์ไปอีกยาวๆ และครอบคลุมทุกมุมมองที่ผู้ใช้สนใจ
เจาะลึก Long-tail คำง่ายๆ ที่ปิดการขาย
คนส่วนใหญ่มักจะแย่งชิงคีย์เวิร์ดคำสั้นๆ (Head Keywords) ที่มี Volume สูงๆ แต่ลืมไปว่าการแข่งขันมันมหาโหด แต่ใน Ubersuggest มันมีตัวช่วยให้เรา หาคีย์เวิร์ด ที่เรียกว่า คีย์เวิร์ดหางยาว (Long-tail Keywords)
คีย์เวิร์ดพวกนี้คือวลียาวๆ ที่เฉพาะเจาะจงมากๆ เช่น แทนที่จะสู้คำว่า “รองเท้าวิ่ง” (Volume สูง, แข่งขันโหด) เราอาจจะเจาะไปที่ “รองเท้าวิ่ง สำหรับคนเท้าแบน งบ 3000” คำพวกนี้ Volume อาจจะแค่ 50-100 ต่อเดือน แต่มันคือ 50-100 คนที่พร้อมซื้อจริงๆ
เทคนิคคือ ในหน้า Keyword Ideas ให้เราใช้ Filter (ตัวกรอง) โดยตั้งค่าแบบนี้
- SEO Difficulty (SD) ให้ตั้งไว้ไม่เกิน 20 หรือ 30 (เลือกสีเขียว)
- Word Count ให้ตั้งค่าขั้นต่ำ 4 หรือ 5 คำขึ้นไป
แค่นี้ Ubersuggest ก็จะกรองเพชรในตมออกมาให้เรา เป็นคีย์เวิร์ดง่ายๆ ที่คู่แข่งมองข้าม แต่มีโอกาสปิดการขายสูงลิ่ว
ส่อง 10 อันดับแรก รู้เขารู้เราด้วย SERP Analysis
การ วิเคราะห์คีย์เวิร์ด ที่ดี ไม่ใช่แค่ดูตัวเลข แต่ต้องดูหน้างานจริงด้วย ใน Ubersuggest เมื่อเราค้นหาคีย์เวิร์ด ให้เลื่อนลงมาล่างสุดจะเจอ SERP Analysis มันคือการจำลองผลการค้นหา 10 อันดับแรกในหน้า Google มาให้เราดู
สิ่งที่เราต้องส่องคือ
- Domain Authority (DA) หรือค่าพลังเว็บของคู่แข่งที่ติดอันดับ ถ้า 10 อันดับแรกมีแต่ DA 80-90+ (เว็บยักษ์ใหญ่) การที่เราเป็นเว็บใหม่ (DA 10) แล้วจะไปสู้ อาจจะต้องคิดหนัก
- Backlinks จำนวนลิงก์ที่ชี้มายังหน้านั้นๆ ของคู่แข่ง บอกให้รู้ว่าเขาทุ่มเทกับหน้านี้แค่ไหน
- Social Shares บอกว่าคอนเทนต์นั้นปังในโซเชียลหรือเปล่า
ข้อมูลตรงนี้ช่วยให้เราประเมินความเป็นไปได้จริงๆ ถ้าเจอคีย์เวิร์ดที่ SD ต่ำ และ 10 อันดับแรกก็เป็นเว็บเล็กๆ DA ใกล้เคียงกับเรา… นั่นแหละ! ลุยได้เลย!
ล้วงตับคู่แข่ง ดูว่าเขาใช้คีย์เวิร์ดอะไร
นี่คืออีกหนึ่งกลยุทธ์เด็ดสำหรับคนที่ อยากได้ Keyword ที่โดนใจ ใช้ Ubersuggest แทนที่เราจะเริ่มจากคีย์เวิร์ด เราจะเริ่มจากคู่แข่ง
ไปที่เมนู Traffic Analyzer แล้วใส่ URL ของเว็บคู่แข่งที่เราเล็งไว้ Ubersuggest จะไปล้วงตับมาให้เราดูหมดเลย
- Top Keywords นี่คือสิ่งที่ต้องดู! มันคือลิสต์คีย์เวิร์ดที่คู่แข่งติดอันดับ และสร้างทราฟฟิกให้เขาจริงๆ เราสามารถขโมยไอเดียเหล่านี้มาทำคอนเทนต์ของเราได้เลย
- Top Pages หน้าไหนในเว็บเขาที่ปังที่สุด หน้าไหนคือเครื่องปั๊มเงินของเขา เราเข้าไปดูได้ว่าเขาเขียนยังไง วางโครงสร้างยังไง แล้วเราก็มาทำที่ดีกว่า
เทคนิคขั้นสูงคือการทำ Keyword Gap หรือการหาช่องว่างคีย์เวิร์ด คือคีย์เวิร์ดที่คู่แข่ง 2-3 รายติดอันดับ แต่เรายังไม่ติด นี่คือโอกาสทองที่เราต้องรีบคว้ามาทำ

หมดมุกเขียนอะไร? ให้ Content Ideas ช่วยคิด
ฟีเจอร์นี้ต่างจาก Keyword Ideas เพราะมันเน้นหาไอเดียคอนเทนต์ที่พิสูจน์แล้วว่าเวิร์กในตลาด แค่ใส่คีย์เวิร์ดกว้างๆ ลงไป Ubersuggest จะไปกวาดบทความที่ปังที่สุดในหัวข้อนั้นมาให้เราดู โดยวัดจาก
- Backlinks บทความนี้มีคนลิงก์หาเยอะแค่ไหน (แสดงว่ามีคุณภาพ)
- Social Shares ยอดแชร์ใน Facebook หรือ Pinterest
เราสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อดูว่าคอนเทนต์ประเภทไหน (เช่น How-to, Listicle, Case Study) ที่คนชอบในอุตสาหกรรมของเรา แล้วเราก็นำไอเดียนั้นมาปรับปรุง ต่อยอด ให้กลายเป็นเนื้อหาในเวอร์ชันของเราที่สมบูรณ์กว่า
Site Audit สุขภาพเว็บดี SEO ก็ง่าย
การ หาคีย์เวิร์ด ที่ดีที่สุดในโลกจะไร้ความหมาย ถ้าเว็บไซต์ของเราป่วย Ubersuggest มีฟีเจอร์ Site Audit ที่ทำหน้าที่เป็นหมอตรวจสุขภาพเว็บไซต์ของเรา
มันจะสแกนเว็บเราทั้งเว็บ แล้วรายงานปัญหา Technical SEO ที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน
- Critical Errors ปัญหาคอขาดบาดตายที่ต้องแก้ด่วน เช่น หน้า 404 ที่สำคัญ, หน้าที่ Google บล็อกไว้
- Warnings ปัญหาที่ควรแก้ เช่น รูปไม่มี Alt text, Meta Description ซ้ำซ้อน
- Site Speed ความเร็วเว็บ นี่คือปัจจัยสำคัญที่ Google ใช้จัดอันดับ ถ้าเว็บเราอืด (โหลดเกิน 3 วินาที) ต่อให้คีย์เวิร์ดดีแค่ไหนก็อาจจะไม่รอด
การเคลียร์ปัญหาเหล่านี้ให้หมด จะทำให้เว็บเราคลีนในสายตา Google และเมื่อเรายิงคอนเทนต์ด้วยคีย์เวิร์ดดีๆ มันก็จะติดอันดับได้ง่ายขึ้น
Backlinks พลังลับดันอันดับ
แม้เราจะได้คีย์เวิร์ดที่ดีแล้ว คอนเทนต์ดีแล้ว เว็บก็สุขภาพดีแล้ว แต่อาจจะยังไม่ติดอันดับ เพราะขาดพลังหนุน นั่นคือ Backlinks หรือการที่เว็บอื่นลิงก์มาหาเรา
Ubersuggest มีเครื่องมือวิเคราะห์ Backlinks ที่ช่วยเราได้สองทาง
- ส่องเว็บเรา ดูว่าตอนนี้มีใครลิงก์มาหาเราบ้าง
- ส่องเว็บคู่แข่ง (นี่คือทีเด็ด) เราสามารถดูได้เลยว่าคู่แข่งที่ติดอันดับ 1 ในคีย์เวิร์ดที่เราอยากได้ เขาไปได้ Backlinks มาจากเว็บไหนบ้าง
เมื่อเรารู้แหล่งที่มาของลิงก์คู่แข่ง เราก็สามารถเดินตามรอย ไปพยายามหาลิงก์จากเว็บเหล่านั้นกลับมาเป็นของเราได้บ้าง นี่คือกลยุทธ์ขั้นสูงที่ช่วยให้เราแซงคู่แข่งได้ในที่สุด
Rank Tracking วัดผลกลยุทธ์ ติดตามทุกฝีก้าว
สุดท้าย ทำ SEO แล้วต้องวัดผลได้ Ubersuggest มีฟีเจอร์ Rank Tracking ที่ให้เราแอดคีย์เวิร์ดที่เราโฟกัสเข้าไป แล้วมันจะคอยเช็กอันดับให้เราทุกวัน
นี่คือเครื่องมือที่บอกว่าสิ่งที่เราทำมาทั้งหมดมันเวิร์กหรือไม่เวิร์ก อันดับขึ้นไหมหลังปรับคอนเทนต์? อันดับตกหรือเปล่าหลัง Google อัปเดต? การติดตามตัวเลขเหล่านี้จะช่วยให้เราปรับกลยุทธ์ได้ทันท่วงที ไม่ต้องนั่งเทียนเดาผลอีกต่อไป
สรุป
จะเห็นว่า Ubersuggest ไม่ใช่แค่โปรแกรมสำหรับ หาคีย์เวิร์ด ธรรมดาๆ แต่มันคือชุดเครื่องมือ SEO ที่ค่อนข้างครบเครื่อง ช่วยให้เราเห็นภาพรวมตลาดตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การสแกนพลังคีย์เวิร์ด การแตกไอเดียคำหางยาว ไปจนถึงการล้วงตับคู่แข่งและตรวจสุขภาพเว็บตัวเอง ความคิดที่ว่า อยากได้ Keyword ที่โดนใจ ใช้ Ubersuggest จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับคนทำคอนเทนต์ยุคใหม่ แค่เรียนรู้และใช้ฟีเจอร์ทั้งหมดที่มันมีให้เป็น ก็ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ของเราเติบโตแซงหน้าคู่แข่งได้แบบมีกลยุทธ์



