เคล็ดลับมือโปร ไม่ต้องซื้อgoogle ก็ติด Tag manager ได้ แบบฟรีตลอดชีพ ช่วยจัดการเว็บไซต์ให้ฉลาดขึ้น

เคยได้ยินไหมว่าของฟรีและดีไม่มีในโลก คำนี้อาจจะใช้ไม่ได้ผลกับโลกดิจิทัลเสมอไป โดยเฉพาะกับเครื่องมือจากยักษ์ใหญ่อย่าง Google ที่หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่าเครื่องมือระดับเทพขนาดนี้ต้องมีค่าใช้จ่ายแน่ๆ หรือต้องลงโฆษณากับเขาก่อนถึงจะได้รับสิทธิ์ใช้งาน จนทำให้เจ้าของธุรกิจรายเล็กหลายรายพลาดโอกาสดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย ความจริงแล้วคุณ ไม่ต้องซื้อgoogle ก็ติด Tag manager ได้ โดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น

ไขข้อข้องใจ Google Tag Manager คืออะไรและทำไมถึงฟรี

ก่อนจะไปลงมือทำ ต้องเข้าใจหลักการทำงานของเจ้าเครื่องมือนี้ก่อน Google Tag Manager เปรียบเสมือนกล่องเครื่องมืออเนกประสงค์ที่เอาไปวางแปะไว้บนหน้าเว็บไซต์ หน้าที่ของมันคือคอยรับคำสั่งว่าเราอยากจะติดโค้ดอะไรลงไปบ้าง เช่น อยากติด Facebook Pixel เพื่อยิงโฆษณา หรืออยากติด Google Analytics เพื่อดูสถิติ แทนที่เราจะต้องไปแก้โค้ดเว็บไซต์ทีละหน้า หรือต้องจ้างโปรแกรมเมอร์ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เราแค่สั่งงานผ่าน GTM ได้เลยจบในที่เดียว

Google ต้องการให้คนทำเว็บไซต์มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานในการส่งข้อมูล ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นจะย้อนกลับมาเป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศของ Google เอง ดังนั้นเขาจึงเปิดให้ใช้ฟรีแบบ Full Option ไม่มีการกั๊กฟีเจอร์ไว้ขายทีหลัง สบายใจได้เลยว่าใช้งานได้ยาวๆ

สิ่งที่ได้รับเมื่อเปิดใจใช้งาน Tag Manager

ทำไมเราถึงต้องเชียร์ให้ใช้เครื่องมือตัวนี้ ทั้งที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเทคนิคจ๋า ลองมาดูประโยชน์ที่คุณจะได้รับแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย แล้วจะรู้ว่ามันคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปแน่นอน

  • ประหยัดเงินค่าจ้าง ไม่ต้องจ้างโปรแกรมเมอร์มาคอยแปะโค้ดให้ทุกครั้งที่อยากทำการตลาดใหม่ๆ คุณสามารถทำเองได้ง่ายๆ
  • เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้น การแปะโค้ดมั่วซั่วหลายๆ บรรทัดจะทำให้เว็บอืด แต่ GTM จะช่วยจัดการระเบียบโค้ดให้ทำงานเมื่อจำเป็นเท่านั้น ทำให้เว็บเบาและเร็ว
  • ลดความผิดพลาด การเข้าไปแก้โค้ดหลังบ้านมีความเสี่ยงที่เว็บจะพังสูงมาก แต่การใช้ GTM เป็นการจัดการผ่านตัวกลาง ปลอดภัยหายห่วง
  • จัดการได้ทุกแพลตฟอร์ม ไม่ใช่แค่ Google แต่ยังรองรับโค้ดจาก Facebook TikTok Line และอื่นๆ อีกเพียบ

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเริ่มติดตั้ง

เพื่อให้กระบวนการราบรื่นและพิสูจน์ว่า ไม่ต้องซื้อgoogle ก็ติด Tag manager ได้ จริงๆ สิ่งที่คุณต้องเตรียมมีเพียงแค่ 2 อย่างเท่านั้น

  1. บัญชี Gmail ใช้บัญชีเดียวกับที่คุณใช้ติดต่อธุรกิจหรือเช็คอีเมลทั่วไปได้เลย
  2. สิทธิ์เข้าถึงเว็บไซต์ คุณต้องสามารถเข้าไปวางโค้ดในส่วน Header และ Body ของเว็บไซต์ได้ หรือถ้าใช้ WordPress ก็แค่โหลดปลั๊กอินมาเตรียมไว้

เริ่มต้นติดตั้งแบบ Step by Step

เมื่อเตรียมของครบแล้ว ก็มาลุยกันเลย ขั้นตอนนี้จะทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าการมีเครื่องมือระดับโลกไว้ใช้ฟรีๆ นั้นทำได้จริงและง่ายกว่าที่คิด

1. สร้างบัญชี Google Tag Manager

เข้าไปที่เว็บไซต์ Google Tag Manager แล้วล็อกอิน จากนั้นกดปุ่ม Create Account หรือ สร้างบัญชี ตั้งชื่อบัญชีเป็นชื่อธุรกิจของคุณ เลือกว่าจะแชร์ข้อมูลไหมตามสะดวก ตรงส่วน Container setup ให้ใส่ชื่อเว็บไซต์และเลือกเป้าหมายเป็น Web แล้วกด Create ได้เลย ระบบจะขึ้นเงื่อนไขการใช้งานให้อ่าน พอกดยอมรับปุ๊บ คุณก็ได้บัญชีมาครองทันที

2. นำโค้ดไปติดตั้งบนเว็บไซต์

เมื่อสร้างเสร็จ ระบบจะแสดงชุดโค้ดมาให้ 2 ชุด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการติดตั้ง

  • ชุดแรก ให้ก๊อปปี้ไปวางไว้ในส่วน head ของเว็บไซต์ วางให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • ชุดสอง ให้ก๊อปปี้ไปวางไว้ต่อจากแท็กเปิด body ทันที

สำหรับชาว WordPress ที่ไม่อยากแก้โค้ดเอง มีทางลัดที่ง่ายกว่านั้น คือการโหลดปลั๊กอินชื่อ GTM4WP หรือ Google Tag Manager for WordPress มาติดตั้ง จากนั้นก๊อปปี้รหัส Container ID ที่ขึ้นต้นด้วย GTM-XXXXXX ไปใส่ในช่องตั้งค่าของปลั๊กอิน แค่นี้ก็เชื่อมต่อกันเรียบร้อย

3. ตรวจสอบความถูกต้อง

อย่าเพิ่งเชื่อว่าเสร็จแล้วจนกว่าจะได้เช็คของ ให้ติดตั้งส่วนขยายบน Chrome ที่ชื่อว่า Tag Assistant แล้วลองเข้าเว็บไซต์ตัวเองดู ถ้าเห็นรูปหน้ายิ้มสีเขียวเด้งขึ้นมา แสดงว่าระบบทำงานสมบูรณ์พร้อมเก็บข้อมูลแล้ว

เทคนิคการใช้งานให้คุ้มค่าที่สุด

หลังจากติดตั้งเสร็จ คุณจะมีกล่องเปล่าๆ อยู่ใบหนึ่ง ทีนี้ก็อยู่ที่คุณแล้วว่าจะหยิบอะไรใส่ลงไป เคล็ดลับคือให้เริ่มจากการย้ายโค้ด Google Analytics เดิมที่เคยแปะไว้แบบดิบๆ มาใส่ใน GTM แทน ตามด้วย Pixel ของ Facebook หรือ TikTok การรวมศูนย์แบบนี้จะทำให้คุณบริหารจัดการง่าย เวลาแพลตฟอร์มไหนมีการอัปเดตโค้ด ก็แค่เข้ามาแก้ใน GTM ที่เดียว เว็บไซต์ของคุณก็จะไม่ได้รับผลกระทบ

สรุป

การติดตั้ง Tag Manager ไม่ใช่แค่เรื่องของการตามกระแส แต่เป็นการวางรากฐานการเก็บข้อมูลที่มั่นคง ช่วยให้คุณรู้จักลูกค้าได้ลึกซึ้งขึ้น และนำไปสู่ยอดขายที่เติบโตอย่างยั่งยืน เริ่มต้นติดตั้งวันนี้ แล้วคุณจะขอบคุณตัวเองที่มีผู้ช่วยอัจฉริยะคอยทำงานให้ตลอด 24 ชั่วโมง