ถ้าคุณคลุกคลีอยู่ในแวดวงทำเว็บไซต์ด้วย WordPress ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชื่อของ Page Builder ตัวท็อปคงหนีไม่พ้น Elementor อย่างแน่นอน หลาย ๆ คนอาจจะสงสัย แล้ว Elementor ดีไหม
เพราะปัจจุบันมันกลายเป็นปลั๊กอินสามัญประจำเครื่องที่เอเจนซี่และนักพัฒนาเว็บชาวไทยเลือกใช้กันแทบทุกโปรเจกต์ แต่สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างเว็บของตัวเอง หรือเจ้าของธุรกิจที่กำลังพิจารณาเครื่องมือสำหรับโปรเจกต์ใหม่ คำถามยอดฮิตที่มักจะตามมาเสมอคือ
Elementor ดีไหม รีวิวฟีเจอร์เด่นที่ทำให้คนใช้กันทั่วโลก
จุดแข็งที่ทำให้ปลั๊กอินตัวนี้ครองใจคนทำเว็บทั่วโลกคือการเปลี่ยนวิธีสร้างหน้าเว็บไซต์ที่เคยยุ่งยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายเหมือนการเล่นตัวต่อ เลิกวิธีเดิมๆ ที่ต้องนั่งแก้โค้ด HTML CSS แล้วพรีวิวดูทีละรอบ ลองมาดูฟีเจอร์หลักที่ถือเป็นหมัดเด็ดของเครื่องมือตัวนี้กัน
ระบบ Drag and Drop ลากวางเห็นผลลัพธ์ทันที
หัวใจหลักของเครื่องมือนี้คือระบบ Visual Editor ที่แสดงผลแบบเรียลไทม์ คุณอยากได้ปุ่มกดตรงไหน อยากแทรกรูปภาพ หรือเพิ่มกรอบข้อความ ก็แค่คลิกเลือกจากแถบเครื่องมือด้านซ้าย ลากมาวางบนหน้าจอ และปรับแต่งสีสันขนาดได้ทันที สิ่งที่คุณเห็นตอนกำลังจัดหน้าคือสิ่งเดียวกับที่ผู้เข้าชมเว็บจะเห็น ช่วยลดเวลาทำงานและลดข้อผิดพลาดเรื่องเลย์เอาต์เพี้ยนได้อย่างมหาศาล
คลัง Template พร้อมใช้ ประหยัดเวลาออกแบบ
สำหรับคนหัวตันคิดดีไซน์ไม่ออก ระบบมีคลัง Template สำเร็จรูปให้เลือกใช้เป็นร้อยแบบ ครอบคลุมตั้งแต่หน้าโฮมเพจ หน้าขายสินค้า ไปจนถึงหน้าติดต่อสอบถาม คุณสามารถกดอิมพอร์ตเลย์เอาต์สวยๆ เข้ามาวางโครงสร้าง แล้วค่อยเปลี่ยนรูปภาพ เปลี่ยนข้อความให้เข้ากับแบรนด์ตัวเอง ก็พร้อมเปิดเว็บใช้งานได้ทันที
ควบคุมการแสดงผลแยกตามอุปกรณ์ได้อย่างอิสระ
เว็บยุคนี้ถ้าเปิดดูบนมือถือแล้วอ่านยากถือว่าสอบตก ระบบถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์เรื่อง Responsive Design ขั้นสุด คุณสามารถสลับหน้าจอพรีวิวดูได้เลยว่าเลย์เอาต์บน Desktop Tablet และ Mobile หน้าตาเป็นอย่างไร จุดไหนที่ดูรกเกินไปบนจอมือถือ คุณสามารถสั่งซ่อนเฉพาะจุด หรือปรับขนาดฟอนต์ให้เล็กลงเฉพาะตอนเปิดบนมือถือได้โดยไม่กระทบกับหน้าจอไซส์อื่น
ข้อควรระวังและข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
แน่นอนว่าไม่มีเครื่องมือไหนบนโลกที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้จะมีข้อดีล้นหลาม แต่ก็มีจุดอ่อนทางเทคนิคบางเรื่องที่คุณต้องนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจ
ปัญหาคลาสสิกที่นักทำ SEO มักจะบ่นกันคือเรื่องโค้ดขยะหลังบ้าน เนื่องจากระบบต้องสร้างโค้ดมารองรับการลากวางที่หลากหลาย ทำให้โค้ด HTML มีความซับซ้อนและซ้อนกันหลายชั้น (DOM Size) ซึ่งถ้าคุณออกแบบหน้าเว็บยาวๆ ใส่แอนิเมชันเยอะๆ เว็บของคุณมีโอกาสที่จะโหลดช้าลงอย่างเห็นได้ชัด จำเป็นต้องพึ่งพาปลั๊กอินประเภท Caching เข้ามาช่วยจูนสปีดอีกแรง
นอกจากนี้ การเปลี่ยนไปใช้ Theme อื่นในอนาคตอาจทำได้ยาก เพราะโครงสร้างเลย์เอาต์ถูกผูกติดอยู่กับเครื่องมือตัวนี้ ถ้าคุณปิดใช้งานปลั๊กอินเมื่อไหร่ หน้าเว็บที่เคยสวยงามจะพังทลายเหลือแต่ตัวอักษรดิบๆ ทันที
Elementor เหมาะกับใครบ้าง
เพื่อช่วยให้คุณฟันธงได้ง่ายขึ้น ลองดูเช็กลิสต์ด้านล่างว่าตรงกับสไตล์การทำงานและเป้าหมายของคุณหรือไม่
- นักการตลาดและเจ้าของกิจการ ที่ต้องการทำ Landing Page สวยๆ เพื่อยิงแอดสร้างยอดขายด่วน โดยไม่อยากง้อโปรแกรมเมอร์ให้เสียเวลา
- ฟรีแลนซ์รับทำเว็บมือใหม่ ที่อยากรับงานเร็ว ปิดจ๊อบไว ใช้เวลาออกแบบไม่นานก็ส่งงานลูกค้าได้
- คนที่ไม่ถนัดเขียนโค้ด แต่อยากมีเว็บไซต์ที่หน้าตาทันสมัย แอนิเมชันสวยงาม ปรับแต่งได้ดั่งใจนึก
สรุป
เมื่อมาถึงจุดนี้ คำตอบของคำถามนี้คงไม่ได้อยู่ที่ความสมบูรณ์แบบของตัวซอฟต์แวร์ แต่อยู่ที่ว่ามันตอบโจทย์บริบทการทำงานของคุณหรือไม่ หากเป้าหมายคือความรวดเร็วในการนำไอเดียออกแบบมาทำให้เกิดขึ้นจริงบนหน้าเว็บ ลดขั้นตอนยุ่งยากทางเทคนิค และไม่ได้กังวลเรื่องการรีดสปีดเว็บให้เร็วทะลุปรอทระดับเสี้ยววินาที เครื่องมือนี้คืออาวุธคู่กายที่คุ้มค่าแก่การลงทุนและเรียนรู้ที่สุดในยุคนี้



