บริษัทเปิดใหม่ ทำไมต้องมีเว็บไซต์

สารบัญเนื้อหา บทความ

บริษัทเปิดใหม่ ทำไมต้องมีเว็บไซต์? คำถามที่เจ้าของธุรกิจยุคดิจิทัลต้องรู้

ในยุคที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต การมีเพียงหน้าร้านหรือสำนักงานอาจไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะกับบริษัทเปิดใหม่ที่ต้องการสร้างการรับรู้และแข่งขันในตลาดที่มีผู้เล่นจำนวนมาก เว็บไซต์จึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการตลาดที่ขาดไม่ได้ เว็บไซต์ไม่ใช่แค่หน้าเพจสวย ๆ เท่านั้น แต่คือช่องทางสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าในพื้นที่เดียวกันหรือทั่วประเทศ รวมถึงการแสดงตัวตน ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมของธุรกิจในโลกออนไลน์

5 ข้อดีของการมีเว็บไซต์

1. สร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ สำหรับบริษัทเปิดใหม่ การสร้างความน่าเชื่อถือคือหัวใจสำคัญ เว็บไซต์เป็นหนึ่งในสื่อแรกที่ลูกค้าใช้ในการประเมินภาพลักษณ์ของธุรกิจ ไม่ว่าคุณจะขายสินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือให้บริการ เว็บไซต์ที่ออกแบบอย่างมืออาชีพ แสดงข้อมูลชัดเจน มีเบอร์โทร อีเมล หรือแม้กระทั่งช่องทางโซเชียลมีเดีย จะทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นว่าธุรกิจมีตัวตนจริง พร้อมให้บริการ

2. ขยายการเข้าถึงลูกค้า 24 ชั่วโมง เว็บไซต์ไม่มีวันหยุด ไม่มีเวลาปิด คุณสามารถเปิดให้ลูกค้าเข้ามาศึกษาข้อมูลสินค้าและบริการได้ตลอดเวลา แม้ในเวลาที่คุณหลับหรือติดงานอื่นอยู่ ซึ่งมีความสำคัญมากกับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น เพราะต้องการทุกโอกาสในการสร้างยอดขายและความสัมพันธ์กับลูกค้า

3. ควบคุมภาพลักษณ์และเนื้อหาได้เอง การใช้โซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะแพลตฟอร์มเหล่านั้นมีข้อจำกัดและเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอยู่ตลอด เว็บไซต์ของตนเองช่วยให้ธุรกิจควบคุมเนื้อหา รูปแบบ และภาพลักษณ์ได้เต็มที่ พร้อมปรับแต่งเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

4. รองรับกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ (Digital Marketing) หากมีแผนจะโฆษณาบน Google, Facebook หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เว็บไซต์จะเป็นปลายทางสำคัญที่พาผู้ชมเข้ามาศึกษาข้อมูล ลงทะเบียน หรือสั่งซื้อสินค้า SEO (Search Engine Optimization) ก็จะเริ่มจากเว็บไซต์ที่มีโครงสร้างรองรับการค้นหาบน Google ซึ่งช่วยให้ธุรกิจเติบโตในระยะยาว

5. วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าได้อย่างแม่นยำ เว็บไซต์สามารถติดตั้งเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล เช่น Google Analytics เพื่อดูว่าผู้เข้าชมเว็บไซต์มาจากที่ใด สนใจเนื้อหาใด ใช้เวลากับหน้าใดนานเป็นพิเศษ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยในการปรับปรุงกลยุทธ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด

เปรียบเทียบระหว่าง “ไม่มีเว็บไซต์” กับ “มีเว็บไซต์”

ประเภทเว็บไซต์ที่เหมาะกับบริษัทเปิดใหม่

สำหรับบริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่ การทำเว็บไซต์ใหม่ที่เหมาะสมถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ดึงดูดลูกค้า และสร้างแบรนด์ โดยประเภทเว็บไซต์ที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกิจ แต่โดยทั่วไปแล้ว เว็บไซต์สำหรับบริษัทเปิดใหม่ควรมีลักษณะดังนี้

1. เว็บไซต์แบบแนะนำบริษัท (Corporate Website / Company Profile Website)

ราคาทำปีแรก 20,000-35,000บาท ปีต่อไปราคาจะถูกลงเหลือเพียงแค่ ค่าดูแลเว็บ ค่าโดเมน ค่าพื้นที่เว็บ ราคาประมาณ3,000-5,000บาท ขึ้นอยู่กับข้อมูลและรายละเอียดๆต่างๆ 

เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างแบรนด์และให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ทีมงาน หรือบริการต่าง ๆ เหมาะกับธุรกิจบริการ เช่น บริษัทรับเหมาก่อสร้าง บริษัทให้คำปรึกษา หรือบริษัทเทคโนโลยี โดยในเว็บไซต์นั้นควรจะมี

  • หน้าแรก (Home)
  • หน้า “เกี่ยวกับเรา” (About Us)
  • สินค้า/บริการ (Products/Services)
  • ข้อมูลติดต่อ (Contact)

 2. เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ (E-commerce Website) 

ราคาทำปีแรกขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของระบบ หากต้องการให้ลูกค้าชำระเงินผ่านหน้าเว็บได้เลย จะต้องมีระบบสมัครสมาชิก และหากมีการคำนวนค่าจัดส่งแต่ละพื้นที่  ก็จะต้องเพิ่มระบบนี้เข้าไปในหลังบ้าน ก็จะต้องมีราคาที่เพิ่มขึ้น ราคาของเว็บอีคอมเมิร์ท จึงไม่มีราคาตายตัว ต้องได้รับโจทย์จากทางลูกค้ามาแล้วค่อยมาทำใบเสนอราคาอีกที

เหมาะสำหรับบริษัทที่เน้นขายสินค้าโดยตรง เว็บไซต์สามารถรวมระบบตะกร้าสินค้า การชำระเงิน และระบบติดตามออเดอร์ เหมาะกับธุรกิจค้าปลีกทั้งขนาดเล็กและใหญ่ โดยในเว็บไซต์ก็จะประกอบด้วย

  • หน้าสินค้า พร้อมระบบตะกร้าสินค้า
  • ระบบชำระเงินออนไลน์
  • ระบบหลังบ้านจัดการคำสั่งซื้อ
  • ช่องทางติดต่อหรือแชทสด

3. เว็บไซต์แบบ Landing Page หรือเว็บไซต์หน้าเดียว

เป็นเว็บไซต์ราคาถูก ราคา5,000-12,000

เว็บไซต์หน้าเดียว เหมาะกับธุรกิจที่มีงบจำกัด หรือร้านค้าที่อยากมีหน้าร้านออนไลน์ และเหมาะกับเอาไปยิงAD ทำโฆษณาออนไลน์ เว็บไซต์ประเภทนี้ช่วยเพิ่ม Conversion ได้ดี เช่น การลงทะเบียน การขอใบเสนอราคา หรือสั่งซื้อเฉพาะแคมเปญโดยในเว็บไซต์ก็จะประกอบด้วย

  • ระบบจองเวลา / นัดหมาย
  • รายละเอียดบริการ
  • รีวิวจากลูกค้า
  • ช่องทางติดต่อ
  • ปุ่ม Call to Action ชัดเจน เช่น “ติดต่อเรา”, “ขอใบเสนอราคา”
  • ลิงก์ไปยังโซเชียลมีเดีย

4. เว็บไซต์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ SEO (SEO-Ready Website)

สำหรับบริษัทเปิดใหม่ที่ต้องการให้ลูกค้าเจอเว็บไซต์ได้ง่ายผ่าน Google หรือเครื่องมือค้นหาอื่น ๆ ราคาทำเว็บไซต์ที่เน้น SEO จะเริ่มต้นประมาณ 19,000–300,000 บาท (ขึ้นอยู่กับประเภอคำค้นหา และจำนวนคำค้นหา เป็นเว็บออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับหลักการของ Google เช่น ความเร็วเว็บไซต์, รองรับมือถือ (Mobile-Friendly), โครงสร้าง URL ที่ชัดเจน และมีการติดตั้งปลั๊กอิน SEO เบื้องต้น
เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างฐานลูกค้าระยะยาว โดยไม่ต้องพึ่งแค่โฆษณา หรือ Ads อย่างเดียว เหมาะกับธุรกิจให้บริการ ธุรกิจท้องถิ่นที่ต้องการติดหน้าแรก Google ซึ่งในเว็บไซต์ควรมี

  • โครงสร้างเว็บไซต์ที่แบ่งเป็นหมวดหมู่ชัดเจน (บริการ / บทความ / ติดต่อ)
  • รองรับการเพิ่มบทความหรือข่าวสาร (Blog/News)
  • ระบบจัดการ SEO Title / Meta Description
  • มีหน้าเว็บไซต์ความเร็วสูง รองรับมือถือ 100%

เว็บไซต์ที่ดีควรมีอะไรบ้าง?

  • ดีไซน์มืออาชีพ ใช้สี ฟอนต์ และเลย์เอาท์ที่สะอาดตาและสื่อถึงความเป็นมืออาชีพ
  • โหลดเร็วและรองรับมือถือ ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่เข้าผ่านมือถือ เว็บไซต์ควร responsive และใช้ทรัพยากรที่ไม่หนักเกินไป
  • มีข้อมูลติดต่อชัดเจน ที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล แผนที่ Google Map
  • เนื้อหา SEO-Friendly ใส่คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับสินค้า/บริการ เพื่อให้ติดอันดับบน Google
  • ความปลอดภัย (SSL) เว็บไซต์ควรมีการเข้ารหัส https เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า
  • รองรับทุกอุปกรณ์ ทั้งมือถือ ไอแพด คอมพิวเตอร์

เว็บไซต์ไม่จำเป็นต้องแพง เริ่มต้นได้ด้วยงบประมาณที่เหมาะสม

หลายคนเข้าใจผิดว่าการสร้างเว็บไซต์ต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ปัจจุบันมีผู้ให้บริการรับทำเว็บไซต์ราคาประหยัด และแพลตฟอร์มสำเร็จรูปมากมาย เช่น WordPress, Wix หรือ Shopify ที่ใช้งานง่าย ไม่ต้องมีความรู้ด้านโปรแกรมก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้

การเลือกใช้บริการจากบริษัทรับทำเว็บไซต์โดยเฉพาะก็เป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่า เพราะสามารถออกแบบให้เหมาะสมกับแบรนด์ มีระบบหลังบ้านที่ใช้งานง่าย รองรับ SEO และปรับแต่งได้ในอนาคต

เคล็ดลับเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ให้คุ้มค่า

การจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์ถือเป็นการลงทุนที่สำคัญสำหรับบริษัทใหม่ เพราะหากเลือกผิด อาจเสียทั้งเวลา งบประมาณ และโอกาสทางธุรกิจ ต่อไปนี้คือคำแนะนำในการเลือกอย่างมืออาชีพ

1. ตรวจสอบผลงานที่ผ่านมา (Portfolio)

ก่อนตัดสินใจ ควรดูตัวอย่างเว็บไซต์ที่บริษัทนั้นเคยทำจริง ตรวจสอบว่าเป็นผลงานของแท้หรือไม่ และดูว่าสไตล์การออกแบบตรงกับความต้องการของคุณหรือเปล่า

2. เลือกบริษัทที่ให้บริการแบบครบวงจร

ควรเลือกทีมที่สามารถดูแลตั้งแต่การออกแบบ UX/UI, การเขียนโค้ด, การจดโดเมน, โฮสติ้ง, การทำ SEO เบื้องต้น ไปจนถึงการสอนใช้งานระบบหลังบ้าน เพื่อความสะดวกในการจัดการในระยะยาว

3. เช็กความสามารถในการทำ SEO

เว็บไซต์ที่สวยแต่ไม่มีคนเห็นก็ไร้ประโยชน์ การมีโครงสร้างเว็บไซต์ที่ดี รองรับการทำ SEO จะช่วยให้ธุรกิจติดอันดับใน Google ได้ง่ายขึ้น ถ้าบริษัทรับทำเว็บไซต์มีความรู้ด้านนี้ด้วย จะถือว่าได้เปรียบ

4. ตั้งงบประมาณให้เหมาะสม

เว็บไซต์มีหลายระดับราคา ตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของระบบ อย่ามองแค่ราคาถูกที่สุด แต่ให้พิจารณาความคุ้มค่าในระยะยาว ว่าบริษัทที่เลือกสามารถให้คำปรึกษาและพัฒนาเว็บไซต์ให้เติบโตได้หรือไม่

5. ความยืดหยุ่นในการปรับแก้ภายหลัง

ตรวจสอบสัญญาให้ดีว่า หลังส่งมอบเว็บไซต์แล้ว หากต้องการปรับเปลี่ยนเนื้อหา เพิ่มหน้า หรือต้องการแก้ไขเล็ก ๆ น้อย ๆ จะมีค่าใช้จ่ายหรือไม่ บริษัทควรมีบริการหลังการขายหรือ Support ที่ดีในช่วงเริ่มต้น

สำหรับเจ้าของกิจการที่กำลังวางแผนเริ่มต้นธุรกิจ หรือเพิ่งจดทะเบียนบริษัท การมีเว็บไซต์คือหนึ่งในก้าวแรกที่สำคัญ หากคุณต้องการยืนหนึ่งในตลาด สร้างแบรนด์ให้คนจดจำ และเชื่อมต่อกับลูกค้าได้ทุกที่ทุกเวลา เว็บไซต์คือเครื่องมือที่คุณไม่ควรมองข้าม และถ้าคุณยังไม่มีทีมดูแลเว็บไซต์หรือไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน

บริษัท พีค เอสอีโอ ดีไซน์ จำกัด พร้อมให้บริการแบบครบวงจร ทั้งการ ออกแบบเว็บไซต์มืออาชีพ, ปรับแต่ง SEO ให้ติดอันดับ Google, รวมถึง ดูแลและอัปเดตเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณสามารถโฟกัสกับการทำธุรกิจได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเทคนิคหรือระบบหลังบ้าน

ไม่ว่าคุณจะเริ่มจากศูนย์ หรืออยากยกระดับเว็บไซต์ที่มีอยู่แล้ว ทีมงานของเราพร้อมเป็นที่ปรึกษาและพัฒนารูปแบบเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์ธุรกิจคุณมากที่สุด